วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

การพัฒนาตนเองให้มีความสามารถในการพูดต่อหน้าชุมชน


ผู้เขียน : มงคล ตันติสุขุมาล

                ในสังคมไทย หลายคนมีบุคลิกขี้อาย ไม่ค่อยกล้าพูด ไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น ทำให้ไม่เคยได้มีโอกาสฝึกหัด ส่งผลต่อมาในอาชีพการงาน เมื่อมีโอกาสสัมภาษณ์งานก็ไม่กล้าพูด อธิบายไม่เป็น แม้แต่เรื่องประวัติของตนเอง ทำให้พลาดงานดีๆไป เมื่อได้งานจากบางแห่งทำ ก็ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก อธิบายไม่เป็น ส่งผลต่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานอีก
                บางคนเป็นคนที่ทำงานภาคปฏิบัติเก่งมาก แต่ไม่มีความสามารถในการอธิบายความให้คนอื่นเข้าใจ ทำให้เจ้านายไม่ทราบ หรือไม่เข้าใจในสิ่งที่ทำ มองไม่เห็นผลงาน เพราะฟังการนำเสนองานแล้วไม่รู้เรื่อง บางคนไม่กล้านำเสนอเอง แต่ให้เพื่อนนำเสนอแทน จึงเป็นเหตุให้การงานไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร
                ผมพบเจอคนแบบที่กล่าวมาข้างต้นเยอะมาก บ้างก็ตัดพ้อต่อว่าชะตาชีวิตที่ทำดีแต่ไม่มีใครเห็น ผมว่าทำดีแต่อธิบายให้เจ้านายเข้าใจงานที่ทำไม่เป็นมากกว่า บ้างก็เหน็บแนมเพื่อนร่วมงานว่าทำงานไม่เก่งแต่ประจบเจ้านายเก่งจึงเลื่อนขั้นเร็ว ผมว่าเขาอาจจะอธิบายให้เจ้านายเข้าใจเรื่องราวต่างๆในการงานได้เก่งกว่าเขาจึงก้าวหน้าได้เร็วกว่า บางคนทำธุรกิจส่วนตัวแต่หาลูกค้าไม่ค่อยได้ เพราะอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจไม่ได้ว่า เพราะอะไรจึงควรมาซื้อหรือใช้บริการของคุณแทนที่จะไปหาคู่แข่ง
                หลายคนเมื่อมีโอกาสพูดต่อหน้าชุมชนเพื่อแสดงความสามารถ เพื่ออธิบายความ เพื่อนำเสนอความคิด หรือ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ กลับปรากฏอาการมือเย็น ตัวสั่น เสียงสั่น ลืมเรื่องที่เตรียมมาพูดจนหมด หรือ พูดตะกุกตะกัก ไม่เป็นเรื่องเป็นราว คนฟังฟังไม่รู้เรื่อง บางคนอาการเหมือนยืนบ่นกับตัวเองอยู่หน้าเวทีซะงั้น
                ผมจึงอยากแนะนำสำหรับผู้มีปัญหาดังกล่าวข้างต้น และอยากพัฒนาตนเองให้ เป็นผู้พูดที่มีความสามารถในการพูดหน้าที่ชุมชน ดังนี้
1.       ฝึกพูดเล่าเรื่องประวัติของตนเอง เพราะเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าทุกคนย่อมรู้ตัวเองดี น่าจะเล่าได้ดีที่สุด อีกทั้งเวลาสัมภาษณ์งานทุกที่ต้องถาม เวลาเริ่มงานหรือเข้าสังคม เพื่อนใหม่ต้องถาม การฝึกไว้ก่อนย่อมจะดีที่สุด ใหม่ๆก็เขียนเรื่องราวประวัติชีวิตคุณลงกระดาษหนึ่งหน้า A4 โดยสรุปให้ได้ภายใน 1 หน้ากระดาษ เพราะจะใช้เวลาพูดได้ประมาณ 5 นาที กำลังดี จากนั้น อ่านดูดังๆ อัดเสียงไว้ก็ได้ แล้วลองเปิดฟังเสียงตัวเองดู หลายๆครั้ง จนแน่ใจว่าจำได้ ก็ลองยืนพูดหน้ากระจกที่เห็นตัวเองเต็มตัวดู อยู่คนเดียวไม่ต้องอายใคร ซ้อมให้เต็มที่
2.       เมื่อฝึกส่วนตัวจนคล่องแล้วก็ลองเล่าให้คนในครอบครัวฟังดู เพราะคุณคุ้นเคยกันดีจะได้ไม่เขินอายจนเกินไป พูดโดยไม่ต้องอ่านโพยนะครับ เพราะเป็นการฝึกให้ประติดประต่อเรื่องราวได้เองจากความจำโดยไม่ต้องอ่าน ซึ่งจะดูเป็นธรรมชาติ แล้วให้คนในครอบครัวช่วยวิจารณ์ ชี้แนะ เพราะจะได้ไม่โกรธกัน นำไปปรับปรุงแก้ไข
3.       เมื่อเล่าเรื่องตนเองได้แล้ว ก็ไปฝึกเล่าเรื่องอื่นๆที่ตนเองสนใจ ซึ่งอาจเป็นเนื้อหาในหนังสือที่อ่านมาแล้วชอบ หรือ ภาพยนตร์ที่ดูมาแล้วชอบ ก็นำมาเล่าให้ผู้อื่นฟังได้ พ่อแม่อาจลองเล่านิทานให้ลูกเล็กฟัง  เด็กโตหรือผู้ใหญ่อาจลองเล่าเรื่องการงาน หรือ หนังสนุก ให้พ่อแม่ หรือ เพื่อนๆในกลุ่มฟัง เป็นการฝึกหัด ทำบ่อยๆเดี๋ยวชินเอง
4.       ท่ายืนที่ถูกต้องคือ อย่ายืนขาถ่าง โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะจะดูไม่สวย แต่ก็ไม่เท้าชิดแถวตรงแบบทหาร เพราะจะดูแข็งกระด้างเกินไปในการพูด ผู้หญิงยืนส้นเท้าชิดให้ปลายเท้าห่างกันเล็กน้อย เท้าซ้ายขยับไปด้านหลังเล็กน้อย  ผู้ชายยืนให้ปลายเท้าห่างกันเล็กน้อย ส้นเท้าห่างกันเล็กน้อย
5.       มือเป็นอวัยวะที่ผู้ฝึกพูดมือใหม่มักมีปัญหา เพราะรู้สึกเกะกะไปหมดไม่รู้จะไว้ตรงไหนเวลาอยู่หน้าผู้คน ผมแนะนำว่าให้ห้อยแขนส่วนบนสบายๆอย่าเกรง แล้วยกแขนส่วนล่างขึ้นให้มืออยู่ระดับสะดือ ทำท่าเหมือนถือลูกบอลที่มองไม่เห็นอยู่กลางอากาศ บริเวณหน้าท้อง เพื่อจะได้ขยับมือประกอบการพูดได้ถนัด
6.       ตามองตรงไปยังผู้ฟัง แต่ไม่จับจ้องอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง แต่ควรมองไปกว้างๆให้ทั่ว ซ้ายที ขวาที ตรงกลางที แถวหน้าที แถวหลังที เป็นต้น ใหม่ๆอาจรู้สึกสะดูดและดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวชินเอง
7.       ในความคิดของนักพูดต่อหน้าชุมชน อย่าคิดว่าผู้ฟังจะพอใจเราไหมหนอ หรือ กังวลว่าจะพูดได้ดีไหม อย่าให้มีความคิดกังวลในด้านลบอยู่ในสมอง เพราะจะทำให้ประหม่า พูดไม่ออก ให้คิดเสียว่า เมื่อเขาให้เรามาพูด ก็ต้องฟัง เรามีหน้าที่พูดถ่ายทอดความคิด ถ่ายทอดข้อมูล ให้ดีที่สุด ผู้ฟังจะตัดสินอย่างไรเป็นเรื่องของเขา อย่ากังวลไปเกินกว่าเหตุ
8.       อย่ามองและกังวลไปมากสำหรับผู้ฟังบางคนที่ไม่สนใจฟังและมัวกระซิบกระซาบคุยกันเอง เพราะจะทำให้เราในฐานะผู้ที่กำลังยืนพูดอยู่หน้ากลุ่มเกิดความสับสนกังวล ให้เน้นมองไปยังผู้ฟังที่กำลังแสดงความสนใจตั้งใจฟัง จะทำให้มีกำลังใจมากกว่า
9.       พูดด้วยเสียงดังฟังชัด แต่ไม่ถึงกับตะโกน เพียงแต่ให้แน่ใจว่าผู้ที่ฟังอยู่หลังสุดได้ยินชัดเจนดีก็พอ หากกลุ่มใหญ่ก็ต้องใช้เครื่องขยายเสียงช่วย
10.   ใช้น้ำเสียงสูงบ้างต่ำบ้าง ตามเนื้อหาที่พูด ไม่ควรเป็นเสียงโทนเดียว เพราะจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกเบื่อได้ง่าย การใช้น้ำเสียงแปรเปลี่ยนไปตามเนื้อหาและให้เป็นธรรมชาติ จะทำให้การฟังสนุก
11.    ยกไม้ยกมือประกอบการพูดบ้างตามความเหมาะสม ไม่ยืนมือแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ขยับมือและแขนไปตามเนื้อหา เช่น ใหญ่ก็ทำมือเหมือนยกของใหญ่ เล็กก็ทำมือเหมือนหยิบของเล็ก สูงก็ยกมือขึ้นสูง ต่ำก็กดมือลงต่ำ เป็นต้น แต่ผมจะยังไม่อธิบายละเอียดในส่วนนี้ เพราะเนื้อหาแต่ละเรื่องก็อาจใช้ท่าทางประกอบแตกต่างกันออกไป ต้องอยู่ในสถานการณ์ฝึกหัดพูดในเรื่องต่างๆ จึงจะได้แนะนำให้ปรับใช้ตามความเหมาะสมกับเรื่องราวที่พูด
12.   ยังมีรายละเอียดอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกระตุ้นผู้ฟัง การจูงใจผู้ฟัง การสังเกตผู้ฟัง การสร้างโครงเรื่อง เป็นต้น ซึ่งเป็นศิลปะการพูดในชั้นที่สูงขึ้นไป แต่สำหรับมือใหม่ ทำให้ได้ตามที่อธิบายมาข้างต้นให้ได้ก่อน โดยหาโอกาสขึ้นพูดบ่อยๆ เช่น งานวันเกิดเพื่อน ก็ลุกขึ้นยืนกล่าวอวยพรดู งานแต่งงานหากได้รับการเชิญก็อย่าปฏิเสธให้ขึ้นไปพูดดู ไปดูหนังมาสนุกมากก็เล่าเรื่องราวให้กลุ่มเพื่อนร่วมงานฟังดูตอนพักเที่ยง ถือว่าเป็นสนามฝึกของจริง เมื่อซ้อมจนชิน ไม่สั่น ไม่เขิน ไม่ลืมเรื่องแล้ว เมื่อถึงโอกาสที่ต้องแสดงฝีมือในการพูดต่อหน้าชุมชนเรื่องการงาน อันส่งผลต่อความก้าวหน้า ก็จะทำได้อย่างเต็มที่ สุดฝีมือ เพราะซ้อมมาดีแล้วนั่นเอง แล้วอย่างนี้ตำแหน่งดีๆจะไปไหนเสีย จริงไหม

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555

สรุปผลสำรวจความพึงพอใจต่อการอบรมเรื่อง เจรจาต่อรองอย่างมีกลยุทธ์

สรุปผลสำรวจความพึงพอใจต่อการอบรมเรื่อง 

เจรจาต่อรองอย่างมีกลยุทธ์ (Winning Negotiation Strategies)

จัดโดย สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ 
เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555




หมายเหตุ: รอบต่อไป จัดวันที่ 24 กรกฎาคม 2555
ติดต่อ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ โทร 026195500 ต่อ 451-455

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

ภาพการฝึกอบรม การทำงานเป็นทีม (Team Work) ณ ภูอิงฟ้ารีสอร์ท เชียงใหม่

บรรยากาศการฝึกอบรม
การทำงานเป็นทีม (Team Work)
บริษัท เอ แอนด์ เอ นีโอเทคโนโลยี จำกัด
ที่ภูอิงฟ้ารีสอร์ท เชียงใหม่
24 December 2011









ภาพการฝึกอบรม การประชุมและการสื่อสารภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพบรรยาการการฝึกอบรม
การประชุมและการสื่อสารภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับผู้บริหาร
Effective Meeting and Communicating Organization for Manager
กรุงเวียงจันทน์ ประเทศ สปป.ลาว
17-18 December 2011






วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ภาพการฝึกอบรม พลังแห่งวัฒนธรรมองค์กรที่ดีเลิศ

ภาพบรรยากาศการเป็นวิทยากรอบรมเรื่อง 
พลังแห่งวัฒนธรรมองค์กรที่ดีเลิศ
(Power of Organization Culture)
วันที่ 22-23 ตุลาคม 2554
ณ กรุงเวียงจันทน์ ประเทศ สปป.ลาว

















ธุรกิจขนาดย่อมที่เติบโต กับการบริหารจัดการ

เขียนโดย: มงคล ตันติสุขุมาล

    ธุรกิจขนาดย่อมหลายธุรกิจ มักเริ่มต้นจากเจ้าของคนเดียว หรือ ไม่กี่คน การบริหารจัดการก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อน คือ เจ้าของหรือหุ้นส่วนใหญ่ เป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลทุกอย่าง ตัดสินใจเองทุกเรื่อง เมื่อเวลาผ่านไปธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ ต้องตัดสินใจ ในขณะที่หลายเรื่อง เป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าความรู้ของเจ้าของกิจการ

   เมื่อถึงเวลานี้ เจ้าของทุกคนมักคิดเรื่องการมองหา "ผู้ช่วยบริหาร" หรือ "ผู้จัดการ" มาช่วยบริหารกิจการ ด้วยหวังว่าจะได้ลดภาระการจัดการ และความวุ่นวายประจำวันลงไปได้ เมื่อคิดได้ดังนั้น ก็ทำการประกาศรับสมัคร หรือ เรียกหาจากคนรู้จักแนะนำมา เมื่อได้คนที่ต้องการก็รับเข้าทำงาน

   เจ้าของกิจการเดิมมักจะมอบหมายหน้าที่ให้แก่ "ผู้จัดการ" ที่จ้างมา โดยหวังสูงว่าจะให้ผู้จัดการทำให้ทุกอย่างที่สั่ง แต่ เจ้าของธุรกิจยังต้องการจะ "ตัดสินใจ" เองในทุกเรื่อง เช่น การอนุมัติสั่งซื้อต้องให้เจ้าของเซ็นอนุมัตทุกเรื่อง การออกเช็คต้องเป็นเจ้าของเซ็นเท่านั้น การตัดสินใจในโครงการใดๆไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ต้องให้เจ้าของเป็นคนตัดสินใจเท่านั้น ทำนองว่า ผู้จัดการ เสนอได้ แต่ห้ามตัดสินใจเอง

   การบริหารพนักงานระดับปฏิบัติงานในบริษัท หากผู้จัดการ สั่งการใดๆออกไป เจ้าของกิจการก็มักไปเปลี่ยนแปลงคำสั่งหากไม่ถูกใจ อีกทั้งมักทำการสั่งงานข้ามหัวผู้จัดการอยู่เป็นประจำ เมื่อผู้จัดการลงโทษพนักงาน เจ้าของก็มักจะเป็นคนเปลี่ยนแปลงคำสั่ง

   ทำไปทำมา ผู้จัดการที่จ้างมา กลายเป็นเพียงลูกจ้างระดับปฏิบัติงานอีกคนหนึ่ง เท่านั้น ไม่มีหน้าที่ตัดสินใจใดๆ ไม่มีหน้าที่อนุมัติใดๆ หรือ จำกัดมากๆ เข้าทำนอง มอบหน้าที่ แต่ไม่มอบอำนาจ เนื่องด้วยเจ้าของยังคิดว่า ตนเองรู้ดีที่สุด ตัดสินใจเองได้ดีที่สุด ไม่มีใครรู้ดีกว่าตนเอง

  ท้ายที่สุด ผู้จัดการที่จ้างมา ก็เป็นเสมือนหัวหลักหัวตอ ที่พนักงานก็ไม่รับฟังคำสั่ง เพราะเจ้าของมักสั่งข้ามหัว หรือ เปลี่ยนแปลงคำสั่งอยู่เสมอ ให้คุณให้โทษพนักงานระดับปฏิบัติงานไม่ได้ ในขณะเดียวกัน เจ้าของก็คิดว่า ผู้จัดการที่จ้างมา ทำงานไม่ได้ผลดังใจที่ตนเองคาดหวัง สุดท้าย ผู้จัดการ ที่จ้างมาไม่ว่าเขาจะเก่งเพียงไรก็อยู่ไม่ได้ ต้องลาออกไป

  เมื่อเจ้าของจ้างผู้จัดการคนใหม่ ไม่ว่าจะให้เงินเดือนสูงเพียงใด แต่เจ้าของยังทำตัวแบบเดิม ผลลัพธ์ก็เป็นแบบเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

  เรื่องราวข้างต้น ผมมักพบเป็นประจำในองค์กรขนาดเล็กที่เริ่มเติบโต แล้วก็ทำให้องค์กรดังกล่าวโตต่อไปไม่ได้ เพราะเต็มไปด้วยปัญหาที่เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ ต้องจัดการและต้องตัดสินเองทุกเรื่องจนเป็นนิสัย

  ผมอยากแนะนำให้ เจ้าของกิจการ หรือ หุ้นใหญ่ ในธุรกิจขนาดเล็กที่เติบโต และกำลังจ้าง "ผู้จัดการ" ว่า ท่านควรทำดังต่อไปนี้ จึงจะให้การจ้างคนเก่ง มาได้ผลดี

  1. เมื่อมอบ "หน้าที่" ให้ ต้องมอบ "อำนาจ" ในระดับที่เหมาะสมกับหน้าที่ไปคู่กันด้วย  ได้แก่ อำนาจในการให้คุณให้โทษกับผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้จัดการท่านนั้นอย่างเต็มที่ ให้อำนาจในการตัดสินใจเรื่องการอนุมัติงบประมาณในระดับที่กำหนดไว้ เป็นต้น

  2. การสั่งงานใดๆ ผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้จัดการท่านนั้นๆ ให้เจ้าของสั่งงานผ่านผู้จัดการ โดยไม่สั่งงานข้ามหัว อันเป็นการรักษาระบบของสายการบังคับบัญชา

  3. หากผู้จัดการสั่งงานใดๆออกไปยังฝ่ายปฏิบัติงาน หากเจ้าของกิจการไม่เห็นด้วย หรือ ต้องการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ให้คุยกับผู้จัดการถึงเหตุผล ไม่ใช่สั่งเปลี่ยนเอง อันจะทำให้คำสั่งในสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ไม่ถูกทำลาย

  4. กำหนดวงเงินงบประมาณให้ผู้จัดการสามารถอนุมัติได้โดยไม่ต้องรอเจ้าของอนุมัติ หากวงเงินเกินกำหนดให้ผู้จัดการอนุมัติก่อนแล้วส่งต่อเจ้าของอนุมัติอีกขั้นหนึ่ง หากพนักงานระดับปฏิบัติงาน ส่งเอกสารผ่านข้ามหัวผู้จัดการมายังเจ้าของโดยตรง ให้เจ้าของส่งเอกสารกลับไปให้ผ่านการอนุมัติของผู้จัดการก่อนตามลำดับขั้น ทำอย่างนี้ต่อไปพนักงานก็จะรู้ว่า ให้ผู้จัดการอนุมัติตามระเบียบขั้นตอน และเกิดการทำงานเป็นขั้นตอนเกิดขึ้น

  5. การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานระดับปฏิบัติงาน ให้ผู้จัดการมีหน้าที่โดยตรงในการประเมิลผล ก่อนส่งต่อให้เจ้าของ ทำอย่างนี้พนักงานจึงจะยำเกรง และเชื่อฟังคำสั่งผู้จัดการ

  คำแนะนำดังกล่าวข้างต้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆธรรมดา สำหรับผู้ประกอบการหลายคน แต่ทางปฏิบัติ ผมกลับพบว่า เจ้าของกิจการยังผิดพลาดในเรื่องง่ายๆอย่างนี้อยู่เสนอ จึงแนะนำมาเพื่อต้องการเน้นย้ำด้วยหวังให้กิจการของท่านเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อีกทั้ง จะได้ทำให้ผู้บริหารที่ท่านจ้างมาทำการแบ่งเบาภาระงานให้ท่านได้อย่างแท้จริง

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วิทยากรฝึกอบรม การสร้างแบรนด์

เป็นวิทยากรฝึกอบรม
เรื่อง การสร้าง Brand และ เรื่อง Teamwork
ที่ Hexa Ceram Dental Lab, Chiang Mai
วันที่ 7 ตุลาคม 2554






วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

ภาพการฝึกอบรม ศิลปะการพูดในที่ชุมชนเพื่อการจูงใจ (The Art of Public Speaking)

ภาพบรรยากาศ การฝึกอบรม 
ศิลปะการพูดในที่ชุมชนเพื่อการจูงใจ
(The Art of Public Speaking)
วันเสาร์อาทิตย์ ที่ 24-25 กันยายน 2554
ที่ กรุงเวียงจันทน์ ประเทศ สปป.ลาว













บริการอื่นๆ เช่น ที่ปรึกษา รับเขียนบทความ ตรวจสอบบริการ ตรวจสอบอาคาร ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

M-Training and Consulting 
ให้บริการด้านการฝึกอบรม สัมมนา พัฒนาบุคคล องค์กร และ ที่ปรึกษาธุรกิจ
 

อีกทั้งยังให้บริการด้านอื่นๆ ดังนี้

1. ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ การตลาด การขาย และ การบริหารจัดการโดยใช้คอมพิวเตอร์ IT

2. จัดทำแผนธุรกิจ (Business Plan)

3. ตัวแทนการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ (Business Negotiator)

4. รับเขียนบทความด้านธุรกิจ ลงนิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ เว็บบล็อค (Contents Provider)

5. ทนายความ (Attorney at Law) ร่างสัญญา ตรวจสอบสัญญา รับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทำพินัยกรรม จดทะเบียนพาณิชย์ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร และทรัพย์สินทางปัญญา ที่ปรึกษาธุรกิจและการลงทุน

6. ตรวจสอบอาคาร ตาม พรบ.ควบคุมอาคาร (Building Inspection) โดยวิศวกรรับอนุญาต
     ให้บริการในพื้นที่จังหวัด เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง กรุงเทพฯ

7. นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Agent)
      ซื้อ ขาย เช่า บ้าน ที่ดิน คอนโดฯ อพาร์ทเม้น สำนักงาน ในพื้นที่เชียงใหม่ ลำพูน กรุงเทพฯ

ติดต่อ(Contact): โทร(Tel.) 0817168711  email: mingbiz@gmail.com




วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

ภาพกิจกรรม Trainer Camp

ภาพกิจกรรม Trainer Camp
16 กันยายน 2554










กิจกรรม ฝึกอบรมวิทยากร (Train the Trainer) ของ สสว

รูปกิจกรรมการฝึกอบรมวิทยากร (Train the Trainer)
ของ สสว ( สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม)
วันที่ 1-2 กันยายน 2554










ฝึกอบรม กิจกรรมการสร้างทีม (Team Building Activities)

กิจกรรมการสร้างทีม
(Team Building Activities)
โดย  มงคล  ตันติสุขุมาล

                การทำงานเป็นทีม เป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดผลงานสูงกว่าการทำงานเพียงลำพังแบบทวีคูณ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนในทีมจะต้องมีศิลปะของการทำงานเป็นทีม การทำงานจึงจะสอดประสานกันได้อย่างดีและราบรื่น จนสามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้
บางคนทำงานคนเดียวเก่ง แต่ไม่สามารถทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นได้ เมื่อต้องร่วมงานกับผู้อื่นก็ไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตนอย่างไร ควรดูแลทีมงานอย่างไร ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆมากมายแก่ผู้อื่น โดยที่ตนเองก็อาจไม่รู้ข้อจำกัดนี้ของตนเอง ทำให้การทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ราบรื่น บางทีมงานมักมีปัญหาขัดแย้งกันเองอยู่เสมอ ไม่รู้หลักการทำงานร่วมกัน ส่งผลให้การงานติดขัด ไม่บรรลุผล ไม่มีความก้าวหน้าการการทำงาน
หลักสูตรการสร้างทีม (Team Building) จึงได้ออกแบบขึ้นเพื่อช่วยพัฒนาให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถพัฒนาทักษะในการทำงานเป็นทีมให้ดีขึ้น เรียนรู้หลักการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ ทัศนคติที่ถูกต้องในการทำงาน การสร้างทีม การจูงใจทีมงาน การทำงานเป็นทีม โดยเน้นการทำกิจกรรมร่วมกันของผู้เข้าร่วมฝึกอบรมในเรื่องการสร้างทีม เพื่อสร้างความมั่นใจในตนเองแก่หัวหน้างาน ผู้ร่วมทีมงาน ผู้ที่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อให้ประสบความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและในชีวิตต่อไป

วัตถุประสงค์
1.             เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบหลักการของการทำงานเป็นทีมที่ดี
2.             เพื่อฝึกฝนทักษะการทำงานเป็นทีมให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมด้วยกิจกรรมการสร้างทีม
3.             เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับการอบรมในการทำงานเป็นทีม และนำไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงอย่างได้ผลดีเลิศ จนบรรลุเป้าหมายของทีมงาน

หัวข้อการฝึกอบรม:
1.             ทัศนคติที่ถูกต้องในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
2.             ความสำคัญของการสื่อสารภายในทีม
3.             การสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ
4.             การร่วมมือกันทำงาน
5.             ความไว้วางใจในทีม
6.             การจูงใจทีมงาน
7.             หลักการประชุมระดมสมองของทีมงาน
8.             การอ่านภาษากาย
รูปแบบการสัมมนา   การบรรยาย หลักการของการทำงานเป็นทีม และเน้นการฝึกปฏิบัติการทำงานเป็นทีม

วิทยากร
                อาจารย์ มงคล ตันติสุขุมาล MBA, B.Eng., Cert.English
                  วิทยากรฝึกอบรม ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ได้รับรางวัลนักพูดดีเด่นจากสโมสรฝึกพูด
                  มีประสบการณ์ในการทำงานกับคนจำนวนมาก ในบริษัทมหาชน และ บริษัทเอกชน หลายแห่ง
                  ปัจจุบันเป็นวิทยากร และที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชนหลายแห่ง
                 
กำหนดเวลาวันแรก
เวลา
หัวข้อ
08.30 – 09.00
ลงทะเบียน
09.00 – 09.30
แนะนำวิทยากร
09.30 – 10.00
- ผู้เข้าร่วมฝึกอบรม แนะนำตัว +  กิจกรรมเพื่อความคุ้นเคยกัน
10.00 – 10.30
พักดื่มกาแฟและทานของว่าง
10.30 – 12.00
- ทัศนคติที่ถูกต้องในการทำงานร่วมกับผู้อื่น + กิจกรรม การมองคนในแง่ดี
- ความสำคัญของการสื่อสารในทีม + กิจกรรม การสื่อสารในทีม
12.00 – 13.30
พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.30 – 15.00
- การสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ + กิจกรรม  การสร้างทีมทีม
- การร่วมมือกันทำงาน + กิจกรรม การร่วมมือกันทำงาน
- ความไว้วางใจในทีม + กิจกรรม การไว้วางใจทีม
15.00 – 15.30
พักดื่มกาแฟ และทานของว่าง
15.30 – 16.30
- สรุปบทเรียนที่ได้รับจากกิจกรรม











กำหนดการณ์วันที่สอง
เวลา
หัวข้อ
08.30 – 09.00
ลงทะเบียน
09.00 – 09.30
การบริหารเตรียมความพร้อม
09.30 – 10.00
- การจูงใจทีมงาน + กิจกรรม การจูงใจทีมงาน
10.00 – 10.30
พักดื่มกาแฟและทานของว่าง
10.30 – 12.00
- หลักการประชุมระดมสมองของทีมงาน + กิจกรรม ประชุมระดมสมอง
12.00 – 13.30
พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.30 – 15.00
- การอ่านภาษากาย + กิจกรรม การอ่านภาษากาย
15.15 – 15.30
พักดื่มกาแฟ และทานของว่าง
15.30 – 16.00
- สรุป ความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมและทำกิจกรรม
16.00 – 16.30
ประเมินผล และถ่ายภาพร่วมกัน
หมายเหตุ: กำหนดเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ของผู้เข้าร่วมฝึกอบรม

ติดต่อ โทร 0817168711  email : mingbiz@gmail.com

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

บรรยายเรื่องการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ ที่ DENSO (Thailand)

บรรยาย เรื่อง 

การเจรจาต่อรองทางธุรกิจ (Business Negotiation)

ที่บริษัท DENSO (Thailand)
ตั้งอยู่ใน นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร (AMATA Industrial Estates)
เมื่อวันที 8 กันยายน 2554