วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

อนุญาตต่างด้าวทำธุรกิจในไทยอีก 23 รายส่งท้ายไตรมาส 3 เม็ดเงินลงทุนกว่า 700 ล้านบาท



           นางสาวอุรวี   เงารุ่งเรือง  รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเปิดเผยว่า ในการประชุมของคณะกรรมการฯ เมื่อวันพุธที่ 21กันยายน 2554 ที่ประ ชุมฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 23 ราย  มีเงินทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 704 ล้านบาท และการจ้างงานคนไทยจำนวน 276  คน                                                                                            


             ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 นี้ มีการอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 41 แต่เงินลงทุนลดลงร้อยละ 73 เนื่องจากในปี 2553 มีการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และบริการทางการเงินซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง  ส่วนในเดือนกันยายน 2554 ธุรกิจต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2554 ร้อยละ 5 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกันยายน 2553 จำนวนผู้ที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 

                ทั้งนี้ ในเดือนกันยายน 2554  มีการอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ  ดังนี้

                            - ธุรกิจบริการ จำนวน 15 ราย (คิดเป็นร้อยละ 65 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต)  มีเงินลงทุนจำนวน 517ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบริการให้กู้ยืมเงินและให้เช่าพื้นที่ให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม  รองลงมาเป็นบริการโดยเป็นคู่สัญญากับภาคเอกชนในการจัดหา ติดตั้ง ทดสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโครงการต่างๆ เช่น โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ โรงงานผลิตยางสังเคราะห์ เป็นต้น  ประเทศที่เข้ามาลงทุนได้แก่ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก และสาธารณรัฐประชาชนจีน

                             ธุรกิจสำนักงานผู้แทน/สำนักงานภูมิภาค จำนวน 5 ราย (คิดเป็นร้อยละ 22 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต)มีเงินลงทุนจำนวน 15 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเกี่ยวกับสภาวะทางเศรษฐกิจ การลงทุน ตลอดจนความต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆ ในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่ทราบ ประเทศที่เข้ามาลงทุนได้แก่ ฝรั่งเศส สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และสาธารณรัฐเกาหลี 

                            คู่สัญญากับภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ จำนวน 2 ราย (คิดเป็นร้อยละ 9 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต) มีเงินลงทุนจำนวน 168ล้านบาท ได้แก่ บริการขุดเจาะปิโตรเลียมให้แก่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ของกองบินตำรวจ จำนวน 5 ลำ ให้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ภายใต้สัญญาจ้างทำการซ่อมบำรุงอากาศยานและฝึกอบรมช่างระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งช าติและบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประเทศที่เข้ามาลงทุนได้แก่ สิงคโปร์และหมู่เกาะเคย์แมน

                             ธุรกิจค้าปลีก จำนวน 1 ราย (คิดเป็นร้อยละ 4 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต) มีเงินลงทุนจำนวน 4ล้านบาท ได้แก่ การค้าปลีกเคมีภัณฑ์ไฮเปอร์คลีน (Hyperclean)ที่ใช้สำหรับทำความสะอาดเลนส์ และจอภาพของสินค้าประเภทต่างๆ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “OLYMPUS” ที่ผลิตโดยบริษัทในเครือให้แก่บริษัทที่ระบุชื่อ จำนวน 5 บริษัท  ประเทศที่เข้ามาลงทุนได้แก่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง          

ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น