วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

วิทยากรเรื่องการเจรจาต่อรองอย่างมีกลยุทธ์

วิทยากร เรื่อง

การเจรจาต่อรองอย่างมีกลยุทธ์
(Winning Negotiation Strategies)

วิทยากรโดย มงคล ตันติสุขุมาล
จัดโดย สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
ที่ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค
9 ธันวาคม 2559





วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การหาวิทยากรเพื่อการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพ

ข้อแนะนำในการหาวิทยากร


โดย มงคล ตันติสุขุมาล

  บริษัท หรือองค์กร หลายแห่งมีความต้องการวิทยากรเพื่อไปให้ความรู้แก่พนักงานของตนเองเป็นประจำทุกๆปี ปีละหลายครั้ง หรือ ต้องการพัฒนาบุคลากรเฉพาะกิจเป็นครั้งๆไป ซึ่งปัญหาในการจัดหาวิทยากรที่เหมาะสมก็เป็นเรื่องน่าสนใจ และอาจเป็นปัญหาของฝ่ายฝึกอบรมหรือฝ่ายบุคคลอยู่มาก จึงอยากให้คำแนะนำผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้

   1. วิทยากรมีหลายประเภท การหาวิทยากรที่เหมาะสมนั้น วิทยากรควรมีความรู้ในเรื่องที่จะให้ไปบรรยาย หรือ มีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ ซึ่งท่านสามารถดูได้จากวุฒิการศึกษา และ ประสบการณ์การทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรู้ลึกซึ้งหรือมีประสบการณ์ตรงเฉพาะทางนานนับสิบปีขึ้นไปนะครับ ต้องขึ้นอยู่กับผู้รับการอบรมด้วยว่า ต้องการให้ความรู้ระดับพื้นฐาน ระดับกลาง หรือระดับสูง เนื่องจากหากต้องการให้ความรู้เพียงระดับพื้นฐานแก่ผู้เข้าอบรม ก็ไม่จำเป็นที่ต้องใช้วิทยากรถึงกับระดับสูง เปรียบเสมือนไม่ต้องใช้ศาสตราจารย์นายแพทย์ไปสอนสุขศึกษาให้เด็กมัธยม เพราะหลายกรณีนอกจากผู้รับการฝึกอบรมจะฟังไม่รู้เรื่องแล้ว ค่าวิทยากรก็ยังแพงมากอีกต่างหาก เอาแต่พอเหมาะพอสมครับ

   2. ความสามารถในการสอน หรือการถ่ายทอด เป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า เพราะในการฝึกอบรมส่วนใหญ่มักเป็นความรู้ระดับพื้นฐาน หรือระดับกลาง อีกทั้งผู้รับการฝึกอบรมก็มาจากหลากหลายองค์กร หลายแผนก หลายระดับการศึกษา อีกทั้งเรียนต่างคณะกันมา การมารับการฝึกอบรมช่วงสั้นเพียง 1-3 วันนั้น คงไม่สามารถให้ความรู้เชิงลึกแก่บุคคลทุกระดับได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้น ความสามารถในการถ่ายทอดของวิทยากร เพื่อให้คนทั้งหมดหรือส่วนใหญ่เข้าใจประเด็นสำคัญที่ต้องการอบรม เป็นสิ่งสำคัญกว่า วิทยากรที่มีประสบการณ์ในการสอนมานานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะสามารถสอนให้ผู้เรียนเข้าในเรื่องต่างๆได้ดีกว่า วิทยากรมือใหม่ แต่ทว่าท่านก็อาจดูจากผลการประเมินวิทยากรจากการฝึกอบรมอื่นๆที่ผ่านๆมาประกอบได้

  3. ประสบการณ์ในการทำงานและการสอน หากวิทยากรเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว ยังไม่เคยประกอบธุรกิจ การเชิญไปบรรยายในเรื่องธุรกิจก็อาจได้ทฤษฎี และตัวอย่างตามตำรา มากว่าประสบการณ์ในการทำงานภาคเอกชนและภาคปฏิบัติ ดังนั้น หากเป็นเรื่องที่ต้องการประสบการณ์การทำงานมาถ่ายทอด วิทยากรที่มาจากผู้ที่ทำงานภาคเอกชนหรือภาคปฏิบัติมาก่อนจะมีความน่าสนใจกว่า แต่ผู้อยู่ในธุรกิจเอกชนบางรายอาจสอนไม่เก่งเพราะไม่เคยสอน จึงต้องดูความเหมาะสมเป็นกรณีไป  คือควรดูประสบการณ์ในการสอนด้วย

  4.  การติดต่อวิทยากร หากท่านค้นจากชื่อนามสกุลแล้วพบเบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลล์ติดต่อโดยตรงได้ย่อมจะเป็นการดีเพราะสามารถสอบถามรายละเอียดและอธิบายความต้องการให้กับวิทยากรรับทราบโดยตรง เว้นแต่หาไม่ได้หรือวิทยากรมีสังกัดก็ต้องติดต่อผ่านบริษัทรับจัดฝึกอบรม วิทยากรหลายคนอาจมีงานประจำหรือมีคิวบรรยายแน่น จึงควรมีการติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน ยกเว้นกรณีเร่งด่วนแต่ก็ไม่ควรน้อยกว่า 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากต้องมีเวลาให้วิทยากรจัดคิวงาน เตรียมตัว และเตรียมเนื้อหาที่จะบรรยายด้วย

  5.  การเดินทางในประเทศไทย ปัจจุบันค่อนข้างสะดวก มีสายการบินโลว์คอสมากมาย จึงไม่ต้องกังวลว่าวิทยากรต้องมาจากในจังหวัดเดียวกันหรืออยู่ใกล้สถานที่ฝึกอบรมเท่านั้น ขอเพียงแจ้งล่วงหน้าวิทยากรที่เป็นมืออาชีพจะไปถึงที่ตามนัดหมายได้เสมอครับ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด  ผมเดินทางบรรยายในกรุงเทพฯและที่อื่นๆทั่วประเทศไทยเป็นประจำยืนยันได้ว่าอยู่ใกล้หรือไกลไม่ใช่ประเด็นหลักครับ

  6. ค่าบริการของวิทยากร มักขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างผู้จัด กับตัววิทยากรหรือกับบริษัทฝึกอบรม ซึ่งมักอยู่ในหลักหลายหมื่นบาทต่อวัน บางรายอาจคิดรวมค่าเดินทางและที่พักแบบเหมาจ่าย บางรายอาจคิดแยกกัน แต่ท่านผู้จัดอย่าคิดว่าแพงนะครับ เพราะการสอน 1 วัน ปกติวิทยากรต้องเตรียมค้นคว้าหาข้อมูล เรียบเรียง ล่วงหน้าหลายวัน ยิ่งหากเป็นหัวเรื่องใหม่บางเรื่องผมเคยใช้เวลาเตรียมตัวกว่า 1 เดือนเลยทีเดียว เพราะต้องหาตำราหลายเล่มเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาอ่านทุกเล่มให้จบ สรุปประเด็นสำคัญและกิจกรรมสำหรับสอนให้ได้ใน 6 ชั่วโมง แล้วหาวิธีการถ่ายทอดให้คนฟังรู้เรื่องอย่างมีอรรถรส ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนมาก แม้เป็นเรื่องที่เคยสอนหรือเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ค่าประสบการณ์นับสิบปีก็มีมูลค่า และคุ้มค่าแน่นอน อีกทั้งวิทยากรหลายท่านยังบอกเคล็ดลับในเรื่องต่างๆที่สอนอย่างไม่ปิดบังอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นความรู้กึ่งสำเร็จรูป นำไปปรับใช้ได้เลย ดังนั้น อย่าเน้นของถูกครับ ให้เน้นของดี

  7. อย่าคิดว่าวิทยากรที่โด่งดังมีชื่อเสียงมากๆ จะต้องดีเสมอไป มีลูกค้าหลายรายเคยเล่าให้ผมฟังว่าเคยเชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียงมากๆ กลับเจอปัญหาวิทยากรมาสายเพราะคิวปรากฎตัวเยอะ สอนสั้นๆรีบจบเพราะต้องรีบไปงานอื่นต่อ หนำซ้ำยังพูดเหมือนเดิมๆที่เคยฟังในทีวีมาแล้ว ไม่ตรงกับเรื่องที่ต้องการให้มาสอน ไม่ได้เตรียมเนื้อหาที่เหมาะสมกับหัวข้อหรือผู้รับการฝึกอบรมเลย ทำให้เสียเงินค่าตัวจำนวนมากเกือบแสนบาทต่อครึ่งวันแต่ได้ไม่คุ้มเสีย  แบบนี้คงต้องคิดว่าจ้างดารามาปรากฎตัวก็แล้วกัน

  8. อย่าคิดว่าต้องมีกิจกรรมเยอะๆ ให้ผู้เข้าอบรมได้เล่นเกมส์เยอะๆจึงจะเป็นการอบรมที่ดี ผมบอกได้เลยว่าหากผู้จัดต้องการให้ผู้รับการอบรมได้เล่นเกมส์เยอะๆ วิทยากรจะทำงานสบายมาก เพราะไม่ต้องเตรียมเนื้อหาเยอะซึ่งเป็นส่วนที่บ่งบอกความรู้ที่ผู้รับการอบรมจะได้รับ ผมเคยพบว่าการอบรมบางที่ซึ่งผู้รับการอบรมทำแต่กิจกรรมและเล่นเกมส์ทั้งวัน หัวเราะสนุกสนาน แต่พอกลับไปทำงานไม่มีความรู้ใหม่ ไม่มีทัศนคติใหม่ที่นำไปใช้ในการทำงานให้ดีขึ้นได้เลย แล้วผู้บริหารจะบ่นว่า อบรมเยอะแยะ ไม่เห็นได้อะไร ทั้งความรู้ ทั้งทัศนคติของพนักงานเหมือนเดิม ก็จะไม่ให้เหมือนเดิมได้อย่างไร ในเมื่อผู้จัดฝึกอบรมคิดแต่อยากจะให้วิทยากรเล่นเกมส์อย่างเดียวจะได้สนุก ผลการประเมินจะได้ออกมาว่าอบรมแล้วสนุก ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แต่ก็อย่าเข้าใจสุดโต่งไปอีกทางว่างั้นก็สอนแต่วิชาการล้วนๆเหมือนในห้องเรียนมหาวิทยาลัยดีไหม นั่นก็ไม่ใช่วิธีการอบรมที่ดี การอบรมที่ดีควรมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างเนื้อหาวิชาการและกิจกรรมหรือเกมส์ที่สอดคล้องกับเนื้อหาที่ต้องการให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาดียิ่งขึ้น เช่น เนื้อหา 50% กิจกรรมที่สอดคล้องกับเนื้อหา 50% เป็นต้น ไม่ใช่เกมส์อะไรก็ได้เล่นถ่วงเวลาไปเรื่อยเปื่อยซึ่งวิทยากรไม่ต้องมีความรู้วิชาการหรือประสบการณ์ก็มาจัดได้ จ้างนักกิจกรรมสันทนาการมาทำก็ได้ แต่ทว่ามีการอบรมบางประเภทที่เน้น Activity Base Learning คือให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เองจากกิจกรรมโดยไม่มีการสอนทฤษฎีใดๆ ซึ่งหากต้องการอบรมด้วยวิธีนี้ การออกแบบกิจกรรมให้ได้เรียนรู้จะต้องใช้เวลาอบรมหลายวัน บางหลักสูตรอาจต้องใช้เวลาจากปกติ 2 วัน เป็น 5 วัน และต้องจ้างทีมสันทนาการอีกเป็นขโยง แทนที่จะจ้างเพียงวิทยากรคนเดียว ดังนั้น เรื่องนี้ จึงขึ้นกับวัตถุประสงค์ จำนวนวันที่มี และ งบประมาณที่มีครับ

    สรุปแล้ว การหาวิทยากรในหลักสูตรที่เหมาะสม คือ วิทยากรมีความรู้ มีประสบการณ์ เหมาะสมกับผู้รับการฝึกอบรม โดยดูจากการศึกษา การทำงาน แต่ที่สำคัญคือความสามารถในการสอนการถ่ายทอดความรู้ ในราคาที่เหมาะสมเชิงเปรียบเทียบ ส่วนการสอนก็มีทั้งวิชาการ ประสบการณ์และกิจกรรมที่สอดคล้องกับเรื่องที่อบรม ที่สำคัญคือ รับผิดชอบต่องาน มีการเตรียมตัว มาตรงเวลา และ ตั้งใจทำงานครับ




 

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

วิทยากรเรื่อง การเจรจาต่อรองทางธุรกิจเชิงลึก (Advanced Business Negotiation)

วิทยากรเรื่อง

การเจรจาต่อรองทางธุรกิจเชิงลึก
(Advanced Business Negotiation)

จัดโดย บริษัท ออลล์ เทรนนิ่ง จำกัด (CP All)
วิทยากร มงคล ตันติสุขุมาล
โทร 0817168711















วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วิทยากร เรื่อง แก้วิกฤตธุรกิจกับกลยุทธ์ทางการตลาดสมัยใหม่

วิทยากรเรื่อง

ผ่าวิกฤตธุรกิจด้วยกลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่

จัดโดย บริษัท ออลล์ เทรนนิ่ง จำกัด (CP All)
วิทยากรโดย มงคล ตันติสุขุมาล
ณ โรงแรม ดุสิตธานี กรุงเทพฯ
วันที่ 29 กรกฎาคม 2559






วิทยากร เรื่อง เจรจาต่อรองแบบมีกลยุทธ์ โดย สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ

วิทยากรฝึกอบรมเรื่อง

เจรจาต่อรองแบบมีกลยุทธ์ 
(Wining Negotiation Strategies)

โดย สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
วิทยากร : มงคล ตันติสุขุมาล
โรงแรม เซ็นทารา เซ็นทรัลสเตชั่น กรุงเทพฯ
26 กุมภาพันธ์ 2559




วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ประเมินผลจากผู้รับการอบรมเรื่อง เจรจาต่อรองอย่างมีกลยุทธ์ 28 มิ.ย.2559

ประเมินผลจากผู้รับการอบรมเรื่อง
เจรจาต่อรองอย่างมีกลยุทธ์
วิทยากร: มงคล ตันติสุขุมาล
จัดโดย สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
วันที่ 28 มิ.ย.2559





วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิทยากร อาจารย์ มงคล ตันติสุขุมาล


เก็บเงินอย่างไรให้ได้เป็นกอบเป็นกำ



เก็บเงินอย่างไรให้ได้เป็นกอบเป็นกำ
(อ.มงคล ตันติสุขุมาล)

คนทั่วไปหลายคนอยากเก็บเงินให้ได้เป็นก้อน เพื่อนำไปลงทุนให้ออกดอกออกผลไว้ใช้ยามเกษียณ แต่เก็บเงินไม่อยู่ จึงขอใช้โอกาสนี้ให้คำแนะนำบางประการในการเก็บเงินให้อยู่ ดังนี้

    1. ทำบันทึกรายรับรายจ่ายในแต่ละเดือน ควรมีการบันทึกว่ามีรายได้เท่าไหร่ มีรายจ่ายหลักๆอะไรบ้างรายการละเท่าไหร่ เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันรถ ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นต้น เพื่อให้ท่านสามารถรู้ว่าเราหมดเงินไปกับค่าอะไรบ้างในแต่ละเดือน โดยอาจเก็บใบเสร็จในการซื้อสินค้าทุกใบหนีบรวมกันไว้ พอสิ้นเดือนก็มาแยกหมวดหมู่ แล้วรวมตัวเลขบันทึกไว้

    2. งดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย และเป็นโทษทุกชนิด เช่น บุหรี่ เหล้า เที่ยวกลางคืน การพนัน แทงหวย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องจำเป็นกับชีวิต แต่ดูดเงินไปเป็นจำนวนมากในแต่ละเดือน หากคิดจะซื้อหวยเพราะชอบเสี่ยงโชค ผมว่านำเงินไปซื้อสลากออมสิน หรือสลากออมทรัพย์ ธกส. จะดีกว่า เพราะตรวจรางวัลได้ทุกเดือนโดยที่เงินต้นยังอยู่ครบ แถมมีดอกเบี้ยให้อีกต่างหาก

    3. หาทางลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าเสื้อผ้า ไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่เป็นประจำหากของเก่าก็ยังมีอยู่มากแล้ว อย่าติดแบรนด์ อย่าติดหรู ค่าอาหารไม่จำเป็นต้องไปทานอาหารร้านหรูราคาแพง ทำกินเอง หรือ ซื้อร้านที่ประหยัดสะอาด อร่อย ก็พอแล้ว รถยนต์ก็ขับออกไปเฉพาะที่จำเป็นและมีการวางแผนการเดินทางให้ดี เพื่อประหยัดน้ำมัน ท่านลองคิดดูนะว่าประหยัดได้ 100 บาท/วัน ปีหนึ่งก็ประมาณ 36,500 บาท แล้ว

    4. ไม่กู้หนี้ยืมสินทั้งในระบบและนอกระบบ หรือผ่อนบัตรเครดิต เพื่อการอุปโภคบริโภค หรือ กินใช้ เพราะมีแต่จะเอาเงินในอนาคตมาใช้ แต่ต้องเสียดอกเบี้ยให้คนอื่น หนี้ที่มีอยู่ทยอยใช้ให้หมด และอย่าสร้างหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคเพิ่มอีก ในกรณีกู้หนี้เพื่อการลงทุนทำธุรกิจหรือค้าขาย ก็อย่ากู้โดยไม่จำเป็น ค่อยๆทำจากเล็กๆเท่าที่ทุนมีไปหาใหญ่ ศึกษาธุรกิจให้ถ่องแท้ไม่ใช่ทำสิ่งที่ลงทุนสูงแต่ไม่ถนัดขาดทุนไม่รู้จบ เปิดหูเปิดตาหาความรู้ให้มากจะรู้ว่ามีธุรกิจที่ลงทุนต่ำแต่มีโอกาสเติบโตได้ดีอยู่มากมายในโลกใบนี้ ขอเพียงอย่ารังเกียจอาชีพสุจริตใดๆ และอย่าเพิ่งคิดว่าตนเองทำไม่ได้ก็พอ ทุกอย่างเรียนรู้และฝึกฝนได้

    5. เมื่อรับรายได้ ให้หักเงินไว้ 10%-20% ตามแต่ความสามารถในการหาเงิน หากหาได้มากก็เก็บมาก นำไปฝากประจำสะสมไว้ก่อนโดยคิดซะว่าเงินก้อนนี้หายไปจากชีวิตประจำวันอย่างถาวร ไม่ต้องคิดถึงมันอีก หลายเดือนผ่านไปมีเงินเพิ่มเป็นก้อนใหญ่ ก็นำไปฝากประจำ ซื้อพันธบัตร ซื้อสลากออมทรัพย์ หน่วยลงทุน ฯลฯ ที่เงินจะอยู่กับแหล่งที่มีดอกเบี้ยทบต้น หรือปันผล ทำให้เงินงอกเงยอย่างช้าๆ

    6. เงินเหลือจากหักเก็บไว้เหลือเท่าไหร่ ใช้เท่าที่เหลือ หากคิดว่าไม่พอ ให้หาทางหาเงินเพิ่มจากการทำงานเสริมนอกเวลา อย่ารังเกียจอาชีพสุจริตใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายอะไรก็ตาม อย่าขี้เกียจ เพราะการทำงานเสริมนอกเวลางานนี้เองจะเป็นกิจกรรมเพิ่มรายได้เป็นอย่างดี บางคนทำไปทำมามีรายได้มากกว่างานประจำก็มีให้เห็นมามาก

    7. หากเห็นของที่อยากได้ อย่าติดนิสัยรีบซื้อทันที แต่ให้ลังเล คิดก่อนว่ามีของอื่นที่บ้านที่ใช้ทดแทนได้ไหม หรือ เลื่อนการตัดสินใจซื้อออกไปอีก 1 สัปดาห์ได้ไหม เพราะบางครั้งความอยากได้ใคร่มีหายไปแล้วหลังจากเลื่อนการตัดสินใจออกไป หากเรากลั้นใจไม่ซื้อของใหม่ ไม่ทานอาหารแพง ประหยัดเงินได้เท่าไหร่ นำใส่กระป๋องไว้ คิดเสียว่าเงินก้อนนี้ถูกใช้ไปแล้ว ไม่ต้องสนใจมันอีก เมื่อเวลาผ่านไปเปิดกระป๋องดู จะเห็นว่าเงินที่เราอดใจไม่ใช้จะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ นำไปฝากร่วมกับเงินที่หักไว้จากรายได้ เงินเก็บก็จะยิ่งเพิ่มพูนขึ้น

    8. การเลือกแหล่งพักเงินก็สำคัญ เมื่อเป็นก้อนก็ควรนำไปฝากประจำ หากเห็นว่าดอกเบี้ยน้อย ก็อาจพิจารณานำไปซื้อหน่วยลงทุนที่มีผลตอบแทนดี แต่ผมไม่แนะนำให้นำไปซื้อหุ้นหากท่านไม่ใช่ผู้มีความรู้เรื่องหุ้นและมีเวลาศึกษาติดตามความเป็นไปของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เป็นอย่างดี เพราะหลายคนตามทั้งวันทุกวันยังขาดทุนหุ้นอยู่เลย หากคิดจะลงทุนในหุ้น ให้มีเงินเหลือเก็บเย็นๆใจก่อนค่อยนำเงินส่วนหนึ่งมาซื้อหุ้น มิฉะนั้นแทนที่เงินจะงอกเงย อาจจะหดหายไปก็เป็นได้ การซื้อหุ้นก็ควรมีส่วนที่เป็นการลงทุนระยะยาวด้วยเพื่อลดความเสี่ยง ไม่ใช่ซื้อมาขายไประยะสั้นซะทั้งหมด เพราะความเสี่ยงจะยิ่งสูงมาก

    9. นำเงินบางส่วนไปลงทุน ค้าขายเล็กๆน้อยๆตามกำลังทรัพย์และความถนัดที่มี หรือ ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม การลงทุนเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะเร่งรายได้ให้เพิ่มสูงขึ้นได้หากทำอย่างถูกที่ถูกทาง

  10. รู้จักทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันภัย เพื่อลดความเสี่ยงในการต้องใช้เงินจำนวนมากๆเพื่อรักษาตัวยามเจ็บป่วย หรือทรัพย์สินเสียหาย เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม เป็นต้น จะได้ไม่ต้องนำเงินเก็บออกมาใช้ เพราะประกันจ่ายชดใช้ให้แทน

  11. เงินที่เก็บไว้ลงทุนตามหนทางต่างๆ ให้คิดซะว่าจะไม่มีวันนำมาใช้อีกตลอดไป ปล่อยมันออกดอกออกผลจนถึงคราวจำเป็นอย่างยิ่งยวด เช่น เกษียณแล้ว หรือ ทำงานไม่ไหวแล้ว หรือ ต้องใช้เงินรักษาตัวยามเจ็บป่วยเมื่อชรา หรือ ส่งทอดเป็นมรดกให้ทายาท

หากท่านทำได้ตามคำแนะนำข้างต้น เชื่อแน่ว่า เงินเก็บของท่านจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อถึงเวลาหนึ่งท่านจะพบว่าท่านเองก็มีเงินเป็นกอบเป็นกำได้กับเขาเหมือนกัน

(www.TrainingThai.info)
(FB.com/MTrainingBiz)
(ฝึกอบรมธุรกิจ การตลาด การขาย การพูดในที่ชุมชน การทำงานเป็นทีม โทร 0817168711)

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิทยากรอบรม เรื่อง การใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM)


วิทยากรอบรม เรื่อง

การใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM)
ศูนย์เชียงใหม่
8 มกราคม 2559









วิทยากรฝึกอบรมเรื่อง ศิลปะการเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์

วิทยากร อบรม เรื่อง

ศิลปะการเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์

กองประชาสัมพันธ์ กรมการพัฒนาชุมชน
โรงแรม ไมด้า ซิตี้ รีสอร์ท กรุงเทพฯ
16-17 ธันวาคม 2558








วิทยากร อบรม เรื่อง เจรจาต่อรองอย่างมีกลยุทธ์ (Winning Negotiation Strategies)

วิทยากร อบรม เรื่อง

เจรจาต่อรองอย่างมีกลยุทธ์ 
(Winning Negotiation Strategies)

สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
9 ธันวาคม 2559



วิทยากร อบรม เรื่อง เจรจาต่อรองอย่างมีกลยุทธ์ (Winning Negotiation Strategies)

วิทยากร เรื่อง

เจรจาต่อรองอย่างมีกลยุทธ์
(Winning Negotiation Strategies)

สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
18 กันยายน 2558